ถอดรหัสสมอง เจ้าหญิงเทรดเดอร์ร้อยล้าน ตอนที่ 7 : ฉันจะไม่กลับไปอยู่จุดเดิม

7

ตอนที่ 7 ฉันจะไม่กลับไปอยู่จุดเดิม

รู้มั๊ยครับว่า อะไรที่เป็นแรงผลักดันให้มนุษย์ทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง

ถ้าเราเข้าใจกลไกตัวนี้ได้อย่างดี เราจะสามารถควบคุมชีวิตของเราได้ครับ

คนเราจะตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์ในแบบ “หลีกหนีความเจ็บปวด และแสวงหาความพึงพอใจ”

ซึ่งสมองจะเป็นตัวให้ความหมายของเหตุการณ์ว่า มัน “เจ็บปวด” หรือ “พึงพอใจ”

เราจะไม่เลือกทำและหลีกหนีสิ่งที่เราตีความหมายว่ามัน “เจ็บปวด”

และจะทำสิ่งที่เราตีความหมายว่า สิ่งนั้น มันจะให้ “ความพึงพอใจ” แก่เราเท่านั้น

 

แล้ว เด็กหญิงบีล่ะ ความหมายอะไรที่ทำให้เธอดิ้นรนต่อสู้จนกลายมาเป็นเจ้าหญิงเทรดเดอร์ได้ในทุกวันนี้

จากลูกแม่ค้าขายขนมจีนในตลาด พ่อทำอาชีพรับจ้างทั่วไป(ปั่นสามล้อ??)

ฐานะค่อนข้างขัดสน เมื่อเทียบกับคนอื่น ความลำบากในวัยเด็กนี้เองที่ทำให้เกิด “แรงผลักมหาศาล”

เด็กหญิงบีเป็นเด็กกตัญญู เธอรักพ่อและแม่ของเธอมาก มากซะจนกระทั่งมันก้าวข้ามความเป็นตัวตนของเธอเอง

เมื่อเรารักใครสักคน เราก็อยากเฝ้าดูแลเขาและอยากให้เขามีความสุข และเราจะเจ็บปวดเมื่อเห็นเขามีความทุกข์

 

“เวลาเห็นคนอื่นดูถูกพ่อแม่ตัวเอง แล้วบีจะเจ็บในใจลึกๆ”

บีเอ่ยขึ้นมาเมื่อถูกถามว่าอะไรคือความเจ็บปวดในวัยเด็ก

“บีรับไม่ได้กับการที่คนอื่นมาดูหมิ่นเหยียดหยามไม่ให้เกิยรติพ่อกับแม่”

ภาพเหตุการณ์คงปรากฏขึ้นในสมองของเธอทันทีทันใด เพราะแววตาและน้ำเสียงเธอเริ่มเปลี่ยนไป

“เวลาเห็นเขาทำอย่างนั้นกับพ่อแม่ บีรู้สึกเจ็บลึกมาก นึกถึงทีไรก็อยากจะร้องให้ออกมา”

แววตาฉายแววแห่งความเจ็บปวดรวดร้าว น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ หางตาเริ่มมีหยดน้ำตาระรื้นขึ้นมาให้เห็นได้ชัด

“แต่บีเก่งมากๆเลยนะ ที่มาถึงจุดนี้ได้ พี่ว่าเธอเก่งสุดยอดของสุดยอดเลยล่ะ”

“ดูสิ ทั้งสวยทั้งรวยทั้งเก่ง มีแต่คนชอบ แถมเสียงก็ดังพลังก็เยอะอีกด้วยนะ 55”

ผมรีบพูดขึ้นมาทันทีทั้งชมทั้งหยอด และไส่มุขตลกเพื่อต้องการหยุดสภาวะเจ็บปวดของเธอ

คำของอาจารย์ดังก้องขึ้นมาในหัวทันทีทันได

“คนเราเมื่ออยู่ในสภาวะไร้พลัง จะไม่สามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้ โค้ชจะต้องทำลายรูปแบบไร้พลังนั้นให้มาอยู่ในสภาวะมีพลังก่อน แล้วค่อยใช้คำถามเพื่อดึงความคิดต่อไปได้”

ได้ผล บียิ้มหัวเราะขึ้นมา พร้อมกับเอามือป้ายขอบตาเพื่อไล่น้ำตาที่ซึมออกมา

“พี่ก็เกินไป เสียงบีไม่ได้ดังขนาดนั้นซะหน่อย”

บีเธอคงจำได้ครั้งที่เธอไปพูดให้เด็กๆฟัง แล้วผมบอกเธอว่า เธอพูดทีเล่นเอาห้องลุกเป็นไฟอย่างกับนักปลุกระดม

ผมหัวเราะและรีบยิงคำถามต่อเนื่อง

“เออ michael kors el corte ingles พี่ว่าใครๆก็คงไม่ชอบให้คนอื่นมาทำแบบนั้นกะพ่อแม่เราเนอะ แล้วจากเหตุการณ์พวกนั้น มีผลยังไงกับบีเหรอ”

“บีว่ามันกลายเป็นแรงผลักดันน่ะพี่”

น้ำเสียงเธอจริงจังแต่ปราศจากความเศร้าสร้อยให้รู้สึกได้เหมือนก่อนหน้านี้

“ตอนนั้นบีก็คิดว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อก้าวไปข้างหน้า และบีจะไม่ถอยหลังกลับไปสู่จุดเดิม”

“บีต้องทำตัวเองให้ประสบความสำเร็จ เพราะบีต้องการให้คนอื่นมาชมพ่อกับแม่ว่า มึงเลี้ยงลูกยังไงของมึงทำไมมันถึงได้ประสบความสำเร็จขนาดนี้”

น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น ผมแอบสังเกตุเห็นสายตาบีหลุบต่ำลงเป็นสัญญาณว่า เธอดึงความรู้สึกของเหตุการณ์ในอดีตมาได้ทั้งหมด ไม่ผิดแล้ว ผมว่าสมองบีรับได้ดีมากกับความรู้สึก ซึ่งมันเป็นการง่ายต่อการรับรู้ว่าเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตเธอมันทำให้เธอรู้สึก  “เจ็บปวด” หรือ “พึงพอใจ”

“บีอยากให้พ่อกับแม่ภูมิใจ เวลามีคนพูดอย่างนั้นบีอยากให้เขารับรู้ว่า michael kors el corte ingles ถึงแม้เราจะจนและไม่มีอะไร แต่พ่อกับแม่ก็เลี้ยงบีให้ประสบความสำเร็จได้”

 

แววตาแห่งความภาคภูมิใจฉายออกมาทั่วใบหน้า น้ำเสียงสดใสทำให้รู้ว่า นี่เองคือ “คือความพึงพอใจของเธอ”

มันคือ “แรงดึง” ชั้นยอดที่ฉุดกระชากเธอให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพราะมีความพึงพอใจที่ยิ่งใหญ่รออยู่ ในขณะที่ ความเจ็บปวดที่เห็นพ่อแม่โดนดูถูก คือ “แรงผลัก” อันมหาศาลเช่นกัน ที่ผลักเธอให้ก้าวออกมา โดยไม่คิดหวนกลับไปสู่จุดเดิมอีก

ช่างเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ ผมแอบคิดในใจ ปกติคนเราจะหนีความเจ็บปวดและแสวงหาความพึงพอใจแบบฉับพลัน โดยไม่พยายามใช้มันให้เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต

เด็กบางคนที่บ้านจนไม่มีเงิน เครียดก็หันมาพึ่งเหล้าพึ่งยาเสพย์ติด air max 97 หนีเรียน air max 97 ติดเพื่อน ติดแฟน ก็เพื่อหาความพึงพอใจทันที

กว่าจะได้ทันรู้ว่า ชีวิตเขาถูกสมองบงการอยู่ตลอดเวลา ก็สายไปเสียแล้ว

แต่เด็กหญิงบีเธอใช้สมองเธอควบคุม  “ความเจ็บปวด” และ “ความพึงพอใจ” ในการสร้างผลลัพธ์ชั้นยอดให้ตัวเองโดยที่เธอเองก็อาจจะไม่รู้ตัวก็ตาม

คุณผู้อ่านล่ะครับ วันนี้คุณ จัดการกับ “ความเจ็บปวด” และ “ความพึงพอใจ” ของคุณยังไง?

จงควบคุมและใช้ประโยชน์จาก “ความเจ็บปวด” และ “ความพึงพอใจ” ถ้าหากคุณอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น

มิเช่นนั้น “ความเจ็บปวด” และ “ความพึงพอใจ” จะควบคุมชีวิตคุณเอง

view 1

Weerapong Sattaphon

นักสร้างสมองแห่งความสำเร็จ ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การโค้ชโดยใช้กระบวนการทำงานของสมองและจิตใต้สำนึกร่วมกัน (NLP: Neuro Linguistic Programming)